ท่องเที่ยวและการเดินทาง

เที่ยวแม่กำปอง 3 คืน 4 วัน Slowlife พักจิตพักใจ ที่คนเดียวก็ไปเที่ยวได้ ขับรถง่ายมาก

มกราคม 18, 2019

เที่ยวแม่กำปอง 3 คืน 4 วัน Slowlife พักจิตพักใจ ที่คนเดียวก็ไปเที่ยวได้ ขับรถง่ายมาก

หมู่บ้านแม่กำปอง อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่

แม่กำปอง เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก (ถึงเล็กมาก) ที่อยู่ห่างจากตัวเมืองของจังหวัดเชียงใหม่ ระยะทางเพียง 50 กิโลเมตร (โดยประมาณ) ตั้งอยู่ที่ อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ โดยหมู่บ้านแม่กำปองมีเสน่ห์ที่ทำให้ใครหลายคนนั้นติดใจอยู่ตรงที่ มีแม่น้ำลำธารขนาบข้างทั้งสองฝั่งหมู่บ้าน เรียกได้ว่าบ้านเกือบทุกหลังในหมู่บ้านแห่งนี้นั้น จะอยู่ติดกับลำธารน้ำที่ไหลมาจากน้ำตกแม่กำปอง ซึ่งไม่ว่าจะเดิน กิน นอน ที่ใด ก็จะได้ยินเสียงน้ำไหลอย่างเป็นธรรมชาติอยู่ตลอดเวลา

หมู่บ้านแม่กำปอง ร้านชมนกชมไม้

แม้ว่าหมู่บ้านแม่กำปอง จะอยู่ห่างตัวเมืองเชียงใหม่ไม่มากนัก แต่บรรยากาศของหมู่บ้านแห่งนี้กลับพิศวงชวนค้นหาในแบบที่ไม่น่าเชื่อหากไม่มาสัมผัสด้วยตัวเอง ด้วยสภาพหมู่บ้านที่อยู่ติดภูเขาและลำธาร ทำให้มีอากาศที่เย็นตลอดทั้งปี อุณภูมิต่างกับในเมืองเชียงใหม่ราวกับว่าอยู่คนละจังหวัดกันเลยก็ว่าได้ อุณภูมิเฉลี่ย (เกือบทั้งปี) ของหมู่บ้านแห่งนี้จะอยู่ที่ประมาณ 21 องศา (โดยประมาณ) เหมาะแก่การมาพักผ่อนย่อนใจเป็นอย่างมาก โดยในบทความนี้ ผมจะมาบอกเล่าเกี่ยวกับการตัดสินใจมาพักผ่อน และทำงานที่นี่ เป็นเวลากว่า 3 คืน 4 วัน ที่หมู่บ้านแม่กำปอง รวมถึงรีวิวภาพบรรยากาศ วิถีชีวิต และร้านค้าโดยรวมของหมู่บ้านแบบย่อกันครับ

แต่ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าภาพถ่ายทั้งหมดนี้ ใช้โทรศัพท์ Samsung Galaxy Note8 ถ่ายทั้งหมด เพราะฉะนั้นอย่าคาดหวังถึงความคมชัดของภาพ หรือความอลังการนะครับ แต่ก็เอาเป็นว่าอยากมาแบ่งปันเรื่องราวความทรงจำ ณ ที่แห่งนี้ และบันทึกไว้ดูเองในอนาคตแล้วกันครับ ไปดูกันได้เลยครับ

อันดัแรกเลยเมื่อเข้าไปถึงที่แม่กำปอง เราได้ขับขึ้นไปจอดรถเอาไว้ที่ วัดคันธาพฤกษา (แม่กำปอง) ครับ จะมีพื้นที่พอจะจอดรถเอาไว้ได้ประมาณ 15 คัน (โดยประมาณ) ครับ แต่ก็จะเห็นได้ว่ามีรถสองแถวรอรับคนที่เหมามายังหมู่บ้าน หรือสำหรับคนที่ต้องการเดินทางต่อไปยังจุดชมวิวอื่นๆ อาทิเช่น กิ่วฝิ่น ที่เป็นจุดชมวิวยอดนิยมของที่นี่ครับ

หลังจากจอดรถเป็นที่เรียบร้อย จึงเดินเท้าประมาณ 150 เมตร (เดินลงเนินเขาเล็กน้อย) เพื่อไปติดต่อที่พัก ซึ่งเดิมที่พักนี้ผมเองก็เคยมาพักอยู่บ้างก่อนแล้ว และประทับใจจึงเลยเข้าไปติดต่อเพื่อพักอีกครั้งครับ สำหรับที่พักนี้มีชื่อว่า “ลุงบูลย์แม่กำปอง” ราคาก็จะคิดเป็นแบบรายหัวตกคนละ 500 บาทเท่านั้น พร้อมกับอาหารมื้อเช้า และมื้อเย็น 2 มื้อเลย (ที่พักมีเครื่องทำน้ำอุ่นให้พร้อม)

หากเดินเข้ามาก็จะเจอป้าย ลุงบูลย์ บ้านฮิมห้วย แม่กำปอง อยู่ด้านหน้าเลยครับ หากมาแล้วไม่เจอลุง โทรตามเบอร์ในป้ายได้เลย

อยากจะบอกว่าฟินมากครับ ที่พักติดลำธาร ที่เหมือนเป็นน้ำตกแบบส่วนตัว สดชื่นมากๆ เลย

บรรยากาศโดยรอบที่พักก็จะติดแม่น้ำลำธาร จะได้ยินเสียงลำธารตลอดวัน เรียกได้ว่าได้ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริงเลย

หลังจากอุ่นใจได้ที่พักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงแวะไปรับประทานอาหารที่ ร้านกาแฟชมนกชมไม้ จุดแลนด์มาร์คเด็ดของแม่กำปอง ที่ใครก็ต้องมา จุดขายของที่นี่ก็คือวิวที่สามารถมองเห็นบรรยากาศของหมู่บ้านแม่กำปองได้ทั้งหมด ร้านสวยและอากาศเย็นสบายมากครับ บรรยากาศก็จะประมาณนี้ครับ (ราคาเครื่องดื่ม หรือเค้กก็จะเริ่มต้นประมาณ 50 บาท เป็นต้นไปครับ)

ร้านกาแฟชมนกชมไม้ แม่กำปอง

วันแรก เมื่อไปถึงกิจกรรมก็ไม่มีอะไรมากเท่าไหร่นัก เพราะเป็นการเดินทางมาแบบไม่ได้วางแผนล่วงหน้าแต่อย่างใด เน้นการพักผ่อนเป็นหลัก พอใกล้เย็นสบายใจจึงกลับเข้าที่พัก รอทานอาหารเย็นฝีมือลุงบูลย์ครับ ในส่วนของเมนูอาหารที่ลุงบูลย์ทำ ในแต่ละวันก็จะเน้นผักปลอดสารพิษ (ความจริงอยากทานอะไรบอกลุงบูลย์ได้เลย) ตักเพิ่มได้เอง เน้นความเป็นกันเอง หน้าตาของเมนูอาหารที่ลุงทำในแต่ละวัน (แบบรวมๆ) ก็จะประมาณนี้ครับ

เมนูก็จะเน้นเป็นพักพื้นบ้านเป็นหลัก และที่ขาดไม่ได้คงเป็นไข่เจียว (อันนี้ผมอยากกินเองเลยรีเควสขอลุงบูลย์เป็นพิเศษครับ

อันนี้เป็นเมนูมื้อเช้า ไข่ตัม + แกงผักดาปลา เน้นเรียบง่ายครับ จริงๆ ลุงบอกให้เอาไข่ไปอีก แต่ผมอยากเหลือท้องไว้กินเมนูอื่นๆ ต่อเลยเอามาฟองเดียวแค่พอรองท้องครับ

มื้อนี้มีน้ำพริกมาด้วย (จริงๆ มีบางมื้อที่มีน้ำพริก ด้วยแต่ผมไม่ได้ถ่ายติดมาด้วย เสียดายมาก) ส่วนในรูปผมจำชื่อน้ำพริกไม่ได้แต่ลุงบอกใส่เม็ดมะม่วงด้วย แต่อร่อยดีเลยหล่ะครับ

วันถัดมา (วันที่ 2) เราไปกันที่ ร้านลุงปุ๊ดป้าเป็ง ร้านนี้ใครมาก็ต้องมาถ่ายภาพคู่กับหน้าร้านกันเกือบทุกคน!! มีแค่ผมนี่ละที่ลืมถ่ายภาพมา แต่ก็ยังพอมีภาพบรรยากาศในร้านอยู่บ้างครับ ร้านลุงปุ๊ดป้าเป็งก็จะขายพวกของที่ระลึกเล็กน้อย, เครื่องดื่ม, อาหาร และเบเกอรี่ เป็นหลัก จุดเด่นของร้านนี้ก็คือ บรรยากาศที่สามารถนั่งชิลติดริมน้ำลำธาร ผมเองก็ได้นั่งทำงานอ่านหนังสือที่ร้านนี้อยู่ทั้งวันเลยครับ สงบ สบายใจ สดชื่นมากจริงๆ

เมนูเค้ก ถือว่ารสชาติดเลยให้คะแนน 7.8 /10 ครับ

โกโก้เย็นเมนูประจำของผมครับ แก้วนี้ถ้าจำราคาไม่ผิด 60 บาทครับ

ข้าวหมูทอดกระเทียมเมนูเบสิค คิดไม่ออก แต่จำได้ว่าตอนสั่งใกล้เที่ยงพอดี เลยเติมพลังกันหน่อย

สำหรับวันที่ 3 คราวนี้เปลี่ยนบรรยากาศร้านบ้างครับ ก็ไปนั่งพักผ่อนอ่านหนังสือ และแบกคอมไปทำงานเช่นเดิมที่ร้านที่มีชื่อว่า “หลงเขา” แต่การเดินทางไปไม่ยากถึงกับหลงเลยตามชื่อร้านนะครับ ร้านจะอยู่เลย วัดคันธาพฤกษา (แม่กำปอง) ขึ้นไปประมาณ 50 เมตรเท่านั้น ร้านนี้ผมให้คะแนนรสชาติอาหารเครื่องดื่ม ดีที่สุด (ความเห็นส่วนตัวจากที่ไปลองมา ทั้ง 3 ร้าน) และราคาไม่แพงมากครับ ราคาจะอยู่ที่แก้วละประมาณ 35-40 บาท เท่านั้น วิวสวยมาก ไม่แพ้ที่อื่นๆ เลย

ขนมปังอุ่นๆ กับชานมเย็นๆ ฟินมากครับ หมดจากชุดนี้ผมสั่งเพิ่มอีก ติดใจทั้งรสชาติและบรรยากาศมากๆ

เป็นการนั่งทำงานท่ามกลางธรรมชาติที่รู้สึกสบายใจที่สุดเลย ความกังวล ความคิดบางอย่างในใจ ละลายหายไป ธรรมชาติบำบัดมันมีอยู่จริงแหะ

แต่จะว่าไปแล้วเวลา 3 คืน 4 วัน มันผ่านไปโคตรเร็วมากเลยครับ ดูเหมือนไปได้เพียงไม่กี่ที่เอง แต่สมความตั้งใจของการพักผ่อนหย่อนใจ และการได้เปลี่ยนบรรยากาศการทำงาน อ่านหนังสือ รู้สึกมีสมาธิกับการเดินทางใช้ชีวิตเพียงลำพังมากขึ้นได้เป็นอย่างดี แต่ในระหว่างวันของแต่ละวันนั้นผมก็เดินเที่ยวชมบรรยากาศโดยรวมของหมู่บ้าน, วัด, ร้านอาหาร รวมถึงธรรมชาติโดยรอบและเก็บภาพบรรยากาศเก็บเอาไว้ คิดว่าหากมีโอกาสและเวลาในครั้งถัดไป หรือหากได้แนะนำใครที่อยากมาพักผ่อนกับธรรมชาติที่เชียงใหม่ คงจะแนะนำที่นี่เป็นที่แรกเลยครับ

เขียนมายืดยาวแล้ว กลัวจะเบื่อกันส่งท้ายด้วยภาพ วัดคันธาพฤฏษา (แม่กำปอง) แล้วกันครับ วัดเก่าแก่คู่แม่กำปองมานับร้อยปี และเป็นวัดไม่กี่แห่งของไทย ที่มีอุโบสถกลางอยู่น้ำ

พระพุทธรูปด้านในวิจิตรงดงามมากครับ สัมผัสได้ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของวัดเก่าแก่นับร้อยปีแห่งนี้เลย

ผู้คนที่เดินทางมาท่องเที่ยง ต่างล้วนแล้วแต่มากราบไหว้สักการะบูชากันอย่างไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน

ด้านหน้าวัดจะมีทางเดินขึ้นเขาเพื่อไปสับกการะบูชา ขอสวดขอพรกับหลวงพ่อโสธรอีกจุดครับ (เดินเพียงเล็กน้อย)

และด้านล่างทั้งหมดนี้ เป็นภาพรวมบรรยากาศ, เมนูอาหาร, วิถีชีวิต และเกือบทั้งหมดที่พบได้ไปพบเจอของ “หมู่บ้านแม่กำปอง” โดย ChiVasCz ครับ (อาจตกหล่นอะไรไปบ้างต้องขออภัยด้วยนะครับ) 

บทความเขียนและถ่ายภาพโดย: Anurak Piamjad
กล้อง: Samsung Galaxy Note8

Facebook Comments